Untitled Document
 
 
หน้าแรก
ประวัติสังฆมณฑล
ประวัติพระสังฆราช
ข้อมูลสังฆมณฑล
ปฏิทินกิจกรรม
กลุ่มกิจกรรมคาทอลิก
วิสัยทัศน์
พันธกิจ
เกี่ยวกับเรา
 
มัทธิว
มาระโก
ลูกา
ยอห์น
 
เพลงในพิธีกรรม
เพลงแสงธรรม
เพลงกลุ่มชาติพันธุ์
 
 
 
     
 
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 

นักบุญมัทธิวเป็น 1 ในอัครสาวก 12 องค์ และประพันธ์พระวรสารเล่มแรกเขียนเป็นภาษาฮีบรู เขาเป็นบุตรชายของแอลฟีอุส
มัทธิวคนเก็บภาษี อาศัยอยู่ในเมืองคาเปอร์นาอูม เมืองเดียวกับที่พระเยซูเจ้าอยู่ เขาเป็นชาวยิวแต่ทำงานให้กับชาวโรมัน ผู้ซึ่งกดขี่ข่มเหงชาวยิว ด้วยเหตุนี้ ประชาชนชาวยิวจึงเกลียดเขา และไม่ต้องการทำกิจการอะไรกับเขา( คนเก็บภาษี หรือ คนที่นำความอัปยศอดสู มาสู่สาธารณชน)
แต่พระเยซูเจ้าไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นต่อมัทธิว วันหนึ่งพระองค์เห็นเขากำลังนั่งทำงานอยู่ และตรัสว่า: “จงตามเรามาเถิด” (มธ 9:9-9)
ทันที เขาทิ้งเงินและตำแหน่งของเขาเพื่อติดตามพระองค์ มัทธิวมองเห็นความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นจอมกษัตริย์ในพระเยซูเจ้า เขาได้เลี้ยงอาหารค่ำพระองค์ และเชื้อเชิญเพื่อนๆที่ทำงานอาชีพเดียวกันมาพบพระองค์ และฟังคำสั่งสอนของพระองค์ บางคนต้องการจับผิดพระเยซูเจ้าที่รับประทานอาหารกับกลุ่มชนที่ชาวยิวถือว่า เป็นคนบาป อย่างไรก็ตาม พระเยซูมีคำตอบพร้อมแล้ว: “คนสบายดีย่อมไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บไข้ต้องการ จงไปเรียนรู้ความหมายของพระวาจาที่ว่า ‘เราพอใจความเมตตากรุณา มิใช่พอใจเครื่องบูชา’ เพราะเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเพื่อเรียกคนบาป” (มธ 9:12-13)
นัก บุญ มัทธิว ต้องเป็นผู้ที่รู้จักพระคัมภีร์ ( พระธรรมเก่า ) เป็นอย่างดี และคงได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่เกี่ยวกับ “พระอาณาจักรของพระเจ้า” เพราะท่าน ได้สรุปว่า อาณาจักรสวรรค์ “เป็นเหมือนเจ้าของบ้านที่นำเอาของต่างๆ ทั้งใหม่และเก่าออกมา” (มธ 13:52 )
หน้าที่สำคัญของสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้าผู้นี้ก็คือ “การถ่ายทอดข่าวดีหรือพระวรสาร” หลังจากการเสด็จกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าแล้ว ท่านก็คงได้ทำการรวบรวมเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตของพระเยซูเจ้าและได้พยายามจัด “สุนทรพจน์” ต่างๆ (คำพูดของพระเยซู เจ้า) ของพระองค์เข้าไว้ด้วยกัน โดยอาศัย “คำที่เป็นกุญแจสำคัญ” สำหรับสุนทรพจน์แต่ละเรื่อง ส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้ “ข่าวดี - พระวรสาร” ได้ช่วยทำให้บรรดาคริสตชนรุ่นแรกๆ ได้มีความเข้าใจในพระธรรมเก่าได้ดี และถูกต้องยิ่งขึ้น ซึ่งในเวลานั้นก็ยังคงฟังพระธรรมเก่ากันอยู่ในศาลาธรรม
เรา เชื่อกันว่า นักบุญมัทธิว คงจะได้เขียนพระวรสารของท่านเป็นภาษาอาราเมอิก (ภาษาที่พระเยซูเจ้าและชาวฮีบรูทั่วๆไปพูดกันในสมัยนั้น) และโดยอาศัยพระวรสารนี้เองที่ท่านได้พยายามชี้แสดงให้เห็นว่าพระเยซูเจ้า คือพระแมสซีอาห์ ที่บรรดาผู้ชอบธรรมในพระธรรมเก่าตั้งหน้าตั้งตาคอยกัน นอกนั้นท่านยังชี้แสดงให้เห็นถึงฐานะของพวกคริสตชนอีกด้วย คือพระศาสนจักรต่อบทบัญญัติและจารีตของพระธรรมเก่า พระวรสารของนักบุญมัทธิวที่เรามีอยู่ในมือในเวลานี้ แปลมาจากภาษากรีก (ซึ่งแปลมาจากพระวรสารของนักบุญมาระโกและของนักบุญลูกาไม่มากก็น้อย) พระวรสารของท่านเป็นพระวรสารแห่ง “พระอาณาจักรของพระเจ้า” เป็นพระวรสารที่ทำให้พระธรรมเก่าสำเร็จบริบูรณ์ในองค์พระคริสตเจ้า เป็นพระวรสาร แห่ง “มหาบุญลาภ 8 ประการ” และสุนทรพจน์ที่พระเยซูเจ้าได้ทรงปราศรัยกับมหาชนบนภูเขา เป็นพระวรสารแห่ง “นิทานเปรียบเทียบเรื่องเมืองสวรรค์” และ “การพิพากษาสุดท้าย” เป็นพระวรสารของพระศาสนจักร ซึ่งตั้งอยู่บนฐานศิลาหรือนักบุญเปโตร และสุดท้ายเป็นพระวรสารแห่ง “ธรรมล้ำลึกของพระศาสนจักร”
ท่านได้เป็นมรณสักขีโดยสิ้นใจด้วยการถูกตัดศีรษะด้วยขวาน หลังเทศนาสั่งสอนท่ามกลางชาวยิวในประเทศเอธิโอเปียเป็นเวลา 15 ปี
คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ
1. ให้เรานมัสการกราบไหว้พระคริสตเจ้าในปังแห่งพระวาจาและศีลมหาสนิท
2. ให้พระวรสารของนักบุญมัทธิวสอนเราว่า พระคัมภีร์พระธรรมเก่าและพระธรรมใหม่กลมกลืนกัน โดยไม่ขัดกันแต่อย่างใด
3. ให้เรารำพึง “บทเทศน์บนภูเขา” ของพระเยซูเจ้าอยู่เสมอๆ
4. ให้เรากล้าเผชิญกับชีวิตของเราด้วยจิตตารมณ์ของมหาบุญลาภ 8 ประการ

พระวรสาร  มธ 6 : 1 – 6,16 – 18
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “จงระวัง อย่าปฏิบัติศาสนกิจของท่านต่อหน้ามนุษย์เพื่ออวดคนอื่น มิฉะนั้น ท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ เมื่อท่านให้ทาน จงอย่าเป่าแตรข้างหน้าท่านเหมือนที่บรรดาคนหน้าซื่อใจคตมักทำในศาลาธรรมและตามถนน เพื่อจะได้รับคำสรรเสริญจากมนุษย์ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว ส่วนท่าน เมื่อให้ทาน อย่าให้มือซ้ายของท่านรู้ว่ามือขวากำลังทำสิ่งใด เพื่อทานของท่านจะได้เป็นทานที่ไม่เปิดเผย แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งจะประทานบำเหน็จให้ท่าน เมื่อท่านทั้งหลายจำศีลอดอาหารจงอย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคตเขาทำหน้าหมองคล้ำ เพื่อแสดงให้ผู้คนรู้ว่าเขากำลังจำศีลอดอาหาร เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว ส่วนท่าน เมื่อจำศีลอดอาหาร จงล้างหน้า ใช้น้ำมันหอมใส่ศีรษะเพื่อไม่ให้ผู้คนรู้ว่าท่านกำลังจำศีลอดอาหาร แต่ให้พระบิดาของท่าน ผู้สถิตอยู่ทั่วทุกแห่งทรงทราบ และพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง ก็จะประทานบำเหน็จให้ท่าน


 

 
 
  Untitled Document
©2008 Nakhonsawan Diocese All rights reserved.
สังฆมณฑลนครสวรรค์ 69/39 ถ.ดาวดึงส์ อ.เมือง จ.นครสววรค์ 60000 
โทรศัพท์ : 0-5622-2352 ,0-5631-2893 โทรสาร : 0-5631-2894
อีเมล์ :
nsdiocese@hotmail.com