ผู้ นิพนธ์พระวรสาร นักบุญ มาระโก หรือ ยอห์น มาระโก ( กจ 12:12-25 ; 15:37 ) ถือกำเนิดจากครอบครัวที่มีเชื้อสายเป็นชาวกรีก แต่อาศัยอยู่ที่กรุงเยรูซาเลม และท่านเองได้ให้พวกคริสตชนรุ่นแรกๆ ได้ใช้บ้านของท่านเป็นที่ชุมนุมกัน ( กจ 12: 12 - 16 ) และอาจจะเป็นไปได้ที่พระเยซูเจ้าและบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ได้ใช้บ้านนี้ เป็นที่รับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายด้วย
นักบุญ มาระโก ได้เป็นเพื่อนร่วมทางของนักบุญ เปาโล ในการเดินทางแพร่ธรรมครั้งแรก ( กจ 12: 25; 13 : 5 ) แต่รู้สึกว่าท่านไม่สู้มีความกระตือรือร้นกับการเดินทางแพร่ธรรมของนักบุญ เปาโล มากนัก ท่านจึงได้กลับมาที่กรุงเยรูซาเลมแต่เพียงคนเดียว ( กจ 13:13 ) และตามที่ปรากฏแก่ท่าน รู้สึกว่าจะได้มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงพอสมควรระหว่างนักบุญ เปาโล และนักบุญ บาร์นาบัส ในโอกาสเตรียมตัวเดินทางแพร่ธรรมครั้งที่ 2 ของนักบุญ เปาโล ( กจ 15:39 - 40 )
ต่อมาท่านได้ติดตาม นักบุญ เปโตร มาที่กรุงโรมและคอยรับใช้ให้ความช่วยเหลือนักบุญ เปโตร ในขณะที่โดนขังคุกอยู่ ( คส 4: 10 ) นักบุญเปโตรเรียกท่านว่า บุตร (1ปต.5:13) และในที่สุดท่านยังได้คอยรับใช้ นักบุญ เปาโล เวลาที่ถูกขังคุกอีกด้วย ( 2 ทธ 4:11 )
ในพระวรสารของท่าน นักบุญ มาระโก ได้เสนอรูปแบบของพระเยซูเจ้าที่ถูกค้นพบโดยอาศัยประสบการณ์ของบรรดาอัครธรรม ทูตและของพวกสานุศิษย์เอง ในโลกเราทุกวันนี้เวลาที่เราจะแสดงรูปแบบของพระเยซูเจ้าให้คนอื่น เขาก็มักจะถามว่า เขาผู้นั้นเป็นใครกัน พระวรสารของท่านมี ทัศนวิสัยพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากพระวรสารเล่มอื่นๆ คือมีความขัดแย้งกันที่เจ็บปวดระหว่างพระคริสตเจ้าที่ประกอบด้วยความสามารถ พิเศษในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ( 1:31 ) ในการยกบาป ( 2:10 ) ในการมีชัยชนะต่อปีศาจ ( 1:24 - 27; 1: 34; 3: 11,23; 5: 7 ) กับพวกผู้คนที่สบประมาทเยาะเย้ยพระองค์ ( 5: 40; 6:2 ; 15:29 - 32 ) และต้องการให้พระองค์ต้องพินาศไป ( 3: 6; 12: 13; 14:1) และเมื่อสบโอกาส นักบุญ มาระโก ก็มิได้ลังเลใจที่จะเสนอความขัดแย้งอันเดียวกันนี้ภายในกลุ่มของพวกอัครธรรม ทูตเอง ( 4:13) ทั้งจากครอบครัวของพระคริสตเจ้าเองด้วย ( 3:20 - 37 )
ท่านได้อธิบายความ ขัดแย้งกัน อันเป็นที่สะดุด นี้ให้กับธรรมล้ำลึกปัสกาเองด้วย ( 16 ) โดยท่านได้พยายามแสดงให้เห็นว่าแผนการอันลึกซึ้งของพระเป็นเจ้าได้สำเร็จไป ในองค์พระผู้ไถ่ ( 8:31; 9:3 ; 10:33 ) และแผนการนี้เราจะสามารถพบได้ในกระแสเรียกของคริสตชนทุกคนอีกด้วย( 8: 34; 9: 35 ; 10:24 - 39 ; 13:9-13 )
พระวรสารของพระแมสซีอาห์ที่ถูกเขา สบประมาทเยาะเย้ยที่ต้องทนทุกข์ยากลำบาก และที่สุดต้องถูกตรึงที่ไม้กางเขนได้ช่วยทำให้นายร้อยคนนั้นได้ยอมประกาศ ความเชื่อของตนว่า แน่ละบุรุษผู้นี้จะต้องเป็นบุตรของพระเจ้า
นักบุญ มาระโก เป็นผู้นิพนธ์พระวรสารที่ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ้งชัดถึงการทรยศของยูดาสและ ของนักบุญ เปโตร มากกว่าผู้นิพนธ์พระวรสารองค์อื่นๆ การขายพระคริสตเจ้าหรือการปฏิเสธไม่ยอมรับพระองค์ในบรรดาพี่น้องคริสตชนทั้ง หลาย ก็เป็นการทรยศที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของการที่เรามาร่วมรับประทานอาหารที่ โต๊ะศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เหมือนกัน มิใช่หรือ
คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ
1. ขออย่าให้คริสตชนคนใดปฏิเสธไม่ยอมรับรู้พระคริสตเจ้าในบรรดาพี่น้องของตน
2. ขออย่าให้ใครได้ขายพระคริสตเจ้า โดยการเอารัดเอาเปรียบหรือฉ้อโกงบรรดาพี่น้องของตน
3. ในทุกๆ สภาพการณ์ของชีวิต ให้เราได้รู้จักที่จะตัดสินใจอยู่ข้างพระ คริสตเจ้า
4. ขอให้กิจการทุกอย่างของเราจงเป็นพยานยืนยันที่มีชีวิตชีวาเพื่อพระคริสตเจ้าด้วยเถิด
พระวรสาร มก 6 : 34 44
เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงแลเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง พระองค์จึงทรงเริ่มสั่งสอนเขาหลายเรื่อง เนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากแล้ว บรรดาศิษย์จึงเข้ามาเฝ้าพระองค์ ทูลว่า สถานที่นี้เป็นที่เปลี่ยวและเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้ประชาชนไปซื้ออาหารกินตามชนบทและตามหมู่บ้านรอบๆนี้เถิด พระองค์ตรัสตอบว่า ท่านทั้งหลายจงหาอาหารให้เขากินเถิด บรรดาศิษย์จึงทูลว่า พวกเราจะต้องไปซื้ออาหารสักสองร้อยเหรียญมาให้เขากินหรือ? พระองค์ตรัสว่า ท่านมีขนมปังกี่ก้อน?ไปดูซิ บรรดาศิษย์ไปดูแล้วกลับมารายงานว่า มีขนมปังอยู่ห้าก้อนกับปลาสองตัว พระองค์จึงทรงสั่งให้ทุกคนนั่งลงเป็นกลุ่มๆ ตามพื้นหญ้าสีเขียว เขาก็นั่งลงเป็นกลุ่มๆกลุ่มละร้อยคนบ้าง ห้าสิบคนบ้างพระองค์ทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวขึ้นมา ทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นมองท้องฟ้า แล้วทรงกล่าวถวายพระพร ทรงบิขนมปังส่งให้บรรดาศิษย์ไปแจกจ่ายแก่ประชาชนทั้งยังทรงแบ่งปลาสองตัวแจกจ่ายให้ทุกคนด้วยทุกคนได้กินจนอิ่ม แล้วยังเก็บเศษขนมปัง และปลาที่เหลือได้ถึงสิบสองกระบุงเต็ม จำนวนคนที่กินขนมปังครั้งนั้นมีผู้ชายถึงห้าพันคน