Untitled Document
 
 
หน้าแรก
ประวัติสังฆมณฑล
ประวัติพระสังฆราช
ข้อมูลสังฆมณฑล
ปฏิทินกิจกรรม
กลุ่มกิจกรรมคาทอลิก
วิสัยทัศน์
พันธกิจ
เกี่ยวกับเรา
 
มัทธิว
มาระโก
ลูกา
ยอห์น
 
เพลงในพิธีกรรม
เพลงแสงธรรม
เพลงกลุ่มชาติพันธุ์
 
 
 
     
 
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 

นักบุญยอห์นเป็นชาวประมงในเมืองกาลิลี เขาและนักบุญยากอบพี่ชาย(องค์ใหญ่) ได้รับพระกระแสเรียกเป็นอัครสาวกของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเรียก 2 คนว่า ลูกชายของเศเบดี ซึ่งมีความหมายว่า "บุตรชายแห่งฟ้าคำราม"
นักบุญยอห์นเป็นอัครสาวกหนุ่มที่สุด พระเยซูเจ้าทรงรักเขาเป็นพิเศษ ในเวลารับประทานอาหารค่ำ เขาได้รับอนุญาตให้ซบศีรษะของเขาบนหน้าอกของพระองค์ และเป็นอัครสาวกคนเดียวที่ยืนอยู่แทบเชิงไม้กางเขนกับพระแม่มารีย์ นักบุญเจโรม และมารีอามักดาเลนาก่อนสิ้นพระชนม์ พระเยซูเจ้าได้ยกพระมารดาของพระองค์ อยู่ในการดูแล เอาใจใส่ เลี้ยงดูของนักบุญยอห์น พระองค์ได้หันพระพักตร์มาทางพระมารดาและตรัสว่า: "นี่คือแม่ของท่าน" ดังนั้น ตลอดชีวิตที่เหลือของพระนางบนแผ่นดินนี้ แม่พระได้อยู่กับนักบุญยอห์น เขาคนเดียวเท่านั้นได้รับพระพรพิเศษ ในการถวายเกียรติ และให้ความช่วยเหลือแก่มารดาพระเจ้า ผู้บริสุทธิ์ยิ่งนัก
เช้าวันปาสกา หลังการสิ้นพระชนม์ มารีย์มักดาเลนาและหญิงอื่นๆได้ไปที่คูหาของพระเยซูเจ้า พร้อมด้วยเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม พระศพพระเยซูเจ้าได้หายไปจากคูหา เปโตรและยอห์นได้ไปตรวจสอบสถานการณ์ นักบุญยอห์นได้มาถึงคูหาเป็นคนแรก แต่รอให้เปโตรเข้าไปก่อน แล้วเขาจึงเข้าไป และเห็นผ้าลินินพับไว้เรียบร้อยบนที่วางพระศพ
ในเวลาต่อมา สัปดาห์เดียวกัน อัครสาวก 7 องค์ จับปลาในทะเลสาปไทบีเรียส์ ไม่ได้ปลาแม้แต่ตัวเดียว ชายคนหนึ่งยืนอยู่บนหาดทรายได้แนะนำว่า เขาทั้งหลายควรหย่อนอวนลงอีกด้านหนึ่งของเรือ และเมื่อดึงอวนขึ้นมา เขาทั้งหลายได้เห็นปลาใหญ่ๆเต็มอวน ยอห์นรู้ว่าชายคนนั้นคือใคร และได้ตะโกนบอกเปโตรว่า: "นั่นคือองค์พระเยซูเจ้า"
เมื่อพระจิตเจ้าเสด็จลงมา อัครสาวกทั้งหมดได้รับการฟื้นฟูความกล้าหาญใหม่ หมดความหวาดกลัวโดยสิ้นเชิง หลังจากพระคริสตเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ เปโตรและยอห์นได้รักษาชายคนหนึ่งหายจากความพิการ โดยเอ่ยพระนามพระเยซูเจ้า
นักบุญยอห์นมีชีวิตอยู่เกือบ 1 ศตวรรษ เขาเป็นอัครสาวกองค์เดียวที่ไม่ได้สิ้นใจเป็นมรณะสักขี แต่เขาได้ดำรงชีวิตด้วยความทุกข์ยากลำบาก เขาได้เทศนาพระคัมภีร์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชแห่งเมืองเอฟีสัส ตอนปลายชีวิตของเขา เมื่อเขาไม่อาจเทศน์ได้อีกต่อไป ลูกศิษย์ได้หามเขาไปยังกลุ่มคริสตชน
บทเทศน์ของเขาเป็นคำพูดธรรมดาง่ายๆ: "ลูกรัก จงรักกันและกัน" เมื่อคนถามว่า: "ทำไมท่านชอบเทศน์ประโยคเดียวซ้ำไปซ้ำมา?" เขาตอบว่า: "เพราะนี่เป็นพระบัญญัติของพระเยซูเจ้า และถ้าท่านปฏิบัติได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว"
นักบุญเยโรมสอนว่า: "คำพูดเหล่านี้ควรแกะสลักเป็นอักษรทองและเขียนบนดวงใจของคริสตชนทุกคน"
ทำไมพระคริสตเจ้าทรงรักนักบุญยอห์นเป็นพิเศษ? เพราะเขารักพระเยซูเจ้า เขาเป็นคนสุภาพถ่อมตน และมีลักษณะสีหน้าท่าทางแห่งสันติสุข คุณสมบัติเหล่านี้ของเขาคล้ายองค์พระเจ้า และ เหนือสิ่งอื่นใด เขาถือพรหมจรรย์และรักษาความบริสุทธิ์อย่างผุดผ่อง สิ่งนี้แหละที่ทำให้เขาเป็นที่รักยิ่งของพระองค์
นักบุญยอห์นได้เขียนพระวรสารเล่มที่ 4 และบทจดหมาย 3 เล่ม และหนังสือคำทำนายเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นก่อนโลกสิ้นพิภพ เขาได้หมดลมหายใจ ที่เมืองเอฟีสัส ประมาณปี ค.ศ.100

พระวรสาร  ยน 16 : 20 - 23 ก
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ท่านจะร้องไห้คร่ำครวญ แต่โลกจะยินดี ท่านจะเศร้าโศก แต่ความเศร้าโศกของท่านจะเปลี่ยนเป็นความยินดี หญิงที่กำลังจะคลอดบุตรย่อมมีความทุกข์ เพราะถึงเวลาของนางแล้ว แต่เมื่อคลอดบุตรแล้วนางก็จำความทุกข์ไม่ได้อีกต่อไป เพราะความยินดีที่มนุษย์คนหนึ่งเกิดมาในโลก ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกันบัดนี้ท่านมีทุกข์ แต่เราจะเห็นท่านอีก และใจของท่านจะยินดี ไม่มีใครนำความยินดีไปจากท่านได้ วันนั้นท่านทั้งหลายจะไม่ถามสิ่งใดจากเราอีก”


 

 
 
  Untitled Document
©2008 Nakhonsawan Diocese All rights reserved.
สังฆมณฑลนครสวรรค์ 69/39 ถ.ดาวดึงส์ อ.เมือง จ.นครสววรค์ 60000 
โทรศัพท์ : 0-5622-2352 ,0-5631-2893 โทรสาร : 0-5631-2894
อีเมล์ :
nsdiocese@hotmail.com