เอกลักษณ์ เอกภาพ เอกสาร พยาน หลักฐาน สถิติ ข้อมูลเพื่อนำมาเรียบเรียง ประกอบกันเป็นรูปร่าง และโครงสร้างของสังฆมณฑลนครสวรรค์เพื่อให้ปรากฎเด่นชัดเจนว่านี่คือพระศาสนาจักรในท้องถิ่นตามประมวล
กฎหมายของพระศาสนจักรว่าสังฆมณฑลคือประชากรส่วนหนึ่งของพระเป็นเจ้ามีพระสังฆราชที่ได้รับมอบหมาย
ให้อภิบาลพร้อมกับพระสงฆ์ผู้ร่วมงานประชากรส่วนนี้ผูกพันอยู่กับผู้อภิบาลของตนและได้รับพระวรสารและศีล
มหาสนิท โดยทางท่านผู้อภิบาลนี้
ด้วย เหตุนี้สังฆณฑลจึงมีลักษณะเป็นประชาคมที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์พระ จิตเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ และมองเห็นได้ว่าเป็นพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้าอีกทั้งสามารถแสดงให้เห็น ว่าเป็นพระศาสนาจักรของ
พระคริสตเจ้าที่เป็นหนึ่งเดียวศักดิ์สิทธิ์ สากล และสืบทอดมาจากอัครสาวกอย่างแท้จริง ( C D 11 และ กฎหมายพระศาสนจักร มาตรา 369 )ต้นกำเนิดของสังฆมณฑล ที่พอจะค้นหาได้นั้นก็เห็นจะเป็น มิสซังสยาม ซึ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 1660
( พ.ศ. 2203 ) ต่อมาได้แยกออกเป็นมิสซังสยามตะวันออก และมิสซังสยามตะวันตก ในปี ค.ศ. 1841(พ.ศ.2384)ซึ่งมิสซังสยามตะวันออกนี้ในที่สุดก็แยกออกเป็น
1.มิสซังหนองแสง
2.มิสซังกรุงเทพฯ ในปี ค.ศ. 1899 (พ.ศ. 2442) ได้รับการสถาปนาเป็น อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ โดยองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ปอล ที่ 6 พร้อมกับสถาปนาสังฆมณฑลอื่นๆ ในขณะนั้นก็คือ 1.อัครสังฆมณฑล ท่าแร่ หนองแสง
2.สังฆมณฑลราชบุรี
3.สังฆมณฑลจันทบุรี
4.สังฆมณฑลเชียงใหม่
5.สังฆมณฑลอุบลราชบุรี
6.สังฆมณฑลอุดรธานี
7.สังฆมณฑลนครราชสีมา
8.และในปี ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) พระองค์ท่านได้ทรงสถาปนา สังฆมณฑลนครสวรรค์ แยกจากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512)
9.พระองค์ทรงสถาปนาสังฆมณสุราษฎร์ธานี แยกจาก สังฆมณฑลราชบุรี
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1967 สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ได้แต่งตั้งคุณพ่อมีแชล ลังเยร์ เจ้าวัดเซนต์หลุยส์ให้เป็นพระสังฆราชมิสซังนครสวรรค์ซึ่งมีพระคุณเจ้าเปโตรนีเป็นพระสมณฑูตในสมัยนั้น สังฆมณฑลนครสวรรค์ ประกอบไปด้วย 12 จังหวัด (ต่อมาเพิ่มจังหวัดอุดรดิตถ์เป็นจังหวัดที่ 13) คือสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานีนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก และสุโขทัย รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 95,000ตารางกิโลเมตร พลเมืองประมาณ 4,000,000 คน แต่เป็นคริสตชนประมาณ4,000คนซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรการอภิเษก (การบวชเป็นพระสังฆราช
เมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1967 คุณพ่อมีแชลลังเยร์ ได้รับการอภิเษกให้เป็นสังฆราช โดยมีพระคุณเจ้ายอแซฟ ยวง นิตโย อัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เป็นประธานในพิธี ร่วมกับพระคุณเจ้าบาเย จากสังฆมณฑลอุบลราชธานี และสังฆมณฑลอื่น คือ สังฆมณฑลจันทบุรี พระคุณเจ้าฟรังซิสฯสงวนสุวรรณศรี สังฆมณฑลราชบุรีพระคุณเจ้าเปโตร คาเร็ตโต อัครสังฆมณฑลท่าแร่หนองแสง พระคุณเจ้ามีคาแอล เกี้ยน เสมอพิทักษ์ สังฆมณฑลอุดรธานี พระคุณเจ้าคลาเรนซ์ เจดูฮาร์ด สังฆมณฑลเชียงใหม่ พระคุณเจ้าลูเซียน ลากอสต์
พระคุณเจ้ามีแชลลังเยร์ เป็นสังฆราชองค์ที่ 9 ของประเทศไทย ในการอภิเษกครั้งนี้ พระสงฆ์มาร่วมพิธีกันอย่างมากมายทั้งนี้ยังมีนักบวชชาย-หญิง และสัตบุรุษกรุงเทพฯ โดยเฉพาะสัตบุรุษวัดเซนหลุยส์สาธรมาร่วมในพิธีด้วยการสถาปนาสังฆมณฑลนครสวรรค์อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1967 และพระคุณเจ้ามีแชลลังเยร์ ได้รับตำแหน่งสังฆราชของสังฆมณฑลนครสวรรค์อย่างเป็นทางการ โดยมีพระคุณเจ้ายอแซฟยวง นิตโย เป็นประธานในพิธีแต่งตั้งสังฆราชองค์ใหม่แต่เนื่องจากวัดเก่าที่นครสวรรค์ได้ถูกรื้อถอนเพราะทรุดโทรมมาก จึงต้องสร้างเวทีชั่วคราวแทนวัดเก่าโดยมีคุณพ่อบรีสซองพ่อเจ้าวัดเป็นผู้ดำเนินงานพระคุณเจ้ามีแชลลังเยร์ ได้ถวายมิสซาร่วมกับพระสงฆ์ประจำสังฆมณฑล พอเสร็จพิธีมิสซา พระคุณเจ้ายอแซฟ ยวง นิตโย อ่านสารแต่งตั้งจากกรุงโรมแล้วพระสงฆ์ประจำสังฆมณฑลใหม่มาแสดงความคารวะต่อพระคุณเจ้าที่ละคน
พร้อมทั้งผู้แทนนักบวชชายหญิงและผู้แทนของวัดต่างๆของสังฆมณฑลนอกจากนี้ยังมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เลขาการสมณฑูต โมเรนี พระสงฆ์หลายองค์จากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สังฆมณฑลอื่น และสัตบุรุษ วัดเซนหลุยส์ขึ้นมาแสดงความยินดีกับพระคุณเจ้าลังเยร์และยังมีคุณพ่อตาปีผู้อาวุโสในบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลาย (อายุ 87 ปี) มาร่วมในพิธีด้วย บุคลากรในสังฆมณฑลนครสวรรค์ ในยุคแรก
ในเวลานั้นพระสงฆ์ที่ร่วมทำงานกับพระคุณเจ้าลังเยร์มีแต่พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (จะต้องคอยจนถึงปี ค.ศ. 1975 จนกว่าจะได้ พระสงฆ์พื้นเมืององค์แรก คือ คุณพ่อมนัส ศุภลักษณ์)
1.คุณพ่อเรอเน เมอนีเอร์ (Meunier)ได้รับตำแหน่งเป็นพ่อเจ้าวัดบ้านแป้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 1967
2.คุณพ่อวิคตอร์ ลาร์เก(Larque)ประจำอยู่ที่หล่มสักซึ่งกำลังสร้างวัดและโรงเรียนที่หมู่บ้านสันติสุขคริสตชน
เหล่านี้อพยพมาจากบ้านหนองซ่งแย้ จังหวัดยโสธร มาตั้งหมู่บ้านใหม่ขึ้น
3.คุณพ่ออิสิโดร์ การ์แรล (Garrel) เป็นพ่อเจ้าวัดพิษณุโลก เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ในสมัยนั้น
4.คุณพ่อโกลรีโอ(Gloriod)ทำหน้าที่เป็นเหรัญญิกและเลขานุการของสังฆมณฑลหลังจากพ้นตำแหน่งเจ้าคณะแขวง
5.คุณพ่อแวร์ดิเอร์(Verdiere)อยู่ที่แม่สอดได้ร่วมกับคุณพ่อแกงตารด์(Quintard)ทำงานกับชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง
6.คุณพ่อเอเทียน กรางซ์ (Grange) เป็นพ่อเจ้าวัดตาก ซึ่งเป็นพ่อเจ้าวัดเป็นเวลา 6 ปีแล้วในสมัยนั้นและได้สร้างโรงเรียนมัธโนทัย ซึ่งมีชื่อเสียงมาก
7.คุณพ่อดือฮาร์ท (Duhart) เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่บ้านเณรยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน เคยทำงานอยู่ที่ประเทศพม่าก่อนที่จะถูกให้ออกนอกประเทศ พร้อมกับเพื่อนอีกหลายคนเช่นคุณพ่อฟราปปีเอ (Frappier) ซึ่งกำลังเรียนภาษาไทยอยู่ที่กรุงเทพฯ
8. คุณพ่อเรอเน บริสซอง (Brisson) เป็นเจ้าวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1965
9.คุณพ่อซาฮุก(Sahuc)อดีตมิชชันนารีที่พม่ากำลังเรียนภาษาไทยอยู่ที่วัดฟาติมาเป็นปีที่2 อยู่ที่กรุงเทพฯ
10. คุณพ่อฮาซ (Haze) อดีตพ่อเจ้าวัดบ้านแป้งที่ไปพักอยู่ที่ประเทศฝรังเศส
11.คุณพ่อโรแบรต์ บีโยต์ (Billot) พ่อเจ้าวัดบางขามตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965
12.คุณพ่อยอแซฟ แกงตารด์ (Guintard) ทำงานอยู่กับชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง เขตแม่สอด คุณพ่อแกงตาร์ดมีความภาคภูมิใจมากจึงได้พาคริสตชน ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมาร่วมในพิธีในวันนี้ด้วย
13. คุณพ่อฟราปปีอ (Frappier) กำลังเรียนภาษาไทยและภาษากะเหรี่ยง
พระสงฆ์ทั้ง 13 องค์นี้ ได้ร่วมมือทำงานกับพระคุณเจ้ามีแชล ลังเยร์ แต่ตามแผนการจะมีพระสงฆ์อื่นๆ มาร่วมทำงานด้วย เมื่อว่างจากหน้าที่ใน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เช่น
1. คุณพ่อบรูซ์ (Broux)
2. คุณพ่อมิแชล กูตังด์ (Coutard)
3. คุณพ่อราแปง (Rapin)
4. คุณพ่อโกเชต์ (Gauchet Deschamps)
5. คุณพ่ออังตวน เคยังป์
6. คุณพ่อปีแอร์ ลาบอรี่ (Laborie)
นอกจากนั้นมีพระสงฆ์อีก 3 องค์ที่เพิ่งออกจากประเทศพม่า คือ
1. คุณพ่อกียู (Guillou)
2. คุณพ่อมอแตง (Mottin)
3. คุณพ่อตีเครอัต (Tycreat)
ซึ่งอีกไม่นานจะมาทำงานกับชาวเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง
นักบวช ชาย-หญิง ซึ่งมาร่วมทำงานในสังฆมณฑลใหม่แล้วคือ
1. บราเดอร์ลาซาล (Lasalle) ทำงานอยู่ที่โรงเรียนลาซาลโชติระวี เป็นเวลาประมาณ 15 ปีแล้ว มีนักเรียน 1,500 คน
2.ซิสเตอร์คณะเซนต์ ปอล เดอ ชาร์ตร ทำงานอยู่ที่โรงเรียนวันทามารี ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว
3.ซิสเตอร์คณะพระหฤทัยแห่งกรุงเทพฯทำงานอยู่ที่โรงเรียนพระหฤทัยสวรรคโลกและวัดพิษณุโลก,นครสวรรค์ บ้านแป้ง และบางขาม